เหตุใดนักเตะบางคนเป็นสุดยอดตัวสำรอง.. แต่ไม่ได้รับโอกาสให้เป็นตัวจริง?
“ซุปเปอร์ซับ” คือ คำศัพท์ในกีฬาฟุตบอล ใช้เรียกผู้เล่นที่เป็นตัวสำรอง และเมื่อได้รับโอกาสเปลี่ยนตัวลงสนาม มักทำผลงานได้ดี สามารถทำประตู หรือเปลี่ยนเกมได้ตามที่โค้ชต้องการ
โอเล กุนนาร์ โซลชา, เอดิน เซโก, ดีว็อค โอริกี, ฮาเวียร์ เออร์นานเดซ, โซโลม็อง กาลู หรือแม้กระทั่ง ชาตรี ฉิมทะเล พวกเขาล้วนเป็นนักฟุตบอล ที่ถูกจดจำ ในฐานะนักเตะซุปเปอร์ซับจอมเปลี่ยนเกม
การได้ชื่อว่าเป็น สุดยอดตัวสำรอง แสดงว่า พวกเขาย่อมต้องมีดี มากกว่าผู้เล่นบนม้านั่งทั่วไป มิเช่นนั้น คงไม่ได้รับการสรรเสริญ ด้วยคำนี้จากสื่อและแฟนบอล
อย่างไรก็ตาม การเป็นสุดยอดนักเตะตัวสำรอง คือ สิ่งที่แฟนบอลหลายคนคลางแคลงใจ นักเตะพวกนี้ คือ ตัวสำรองชั้นเลิศ แต่พวกเขาดีพอหรือเปล่าที่จะเป็นตัวจริง? ทั้งที่เก่งขนาดนี้ เหตุใดจึงทำได้เพียงแค่ รอโอกาสอยู่บนม้านั่งสำรอง
ซุปเปอร์ซับ ต้องเก่งถึงจะเป็นได้
“โค้ชฟุตบอลทุกคน ในระดับฟุตบอลอาชีพ ล้วนต้องการซุปเปอร์ซับ นักเตะที่มีความสามารถ ในการเปลี่ยนรูปเกม ขณะที่ทีมกำลังประสบปัญหาอยู่”
มาร์ค วินยัลส์ โค้ชจากศูนย์พัฒนาเยาวชน กล่าวถึง ความสำคัญของผู้เล่นแบบซุเปอร์ซับ พร้อมให้เหตุผลสำคัญ ถึงคุณสมบัติที่นักเตะแบบซุปเปอร์ซับต้องมี
ผู้เล่นประเภทซุปเปอร์ซับ ไม่จำเป็นต้องมีฝีเท้าชั้นเลิศ แต่ความคิด ความเข้าใจในเรื่องแทคติค คือ สิ่งสำคัญ พวกเขาต้องรู้ว่าทีมกำลังขาดอะไร จะใช้ความสามารถของตัวเอง หรือเล่นงานจุดอ่อนของทีมคู่แข่งได้อย่างไร ?
หากสังเกตให้ดี นักฟุตบอลแบบซุปเปอร์ซับ มักจะมีความสามารถเฉพาะของตัวเอง ที่เป็นจุดเด่นแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่น
ไม่ว่าจะเป็น ฮาเวียร์ เออร์นานเดซ กับความสามารถในการหาพื้นที่ยิงประตู, โอเล กุนนาร์ โซลชา กับการจบสกอร์ที่เฉียบขาดในกรอบเขตโทษ, เอดิน เซโก กับการเป็นผู้เล่นรูปร่างใหญ่ เก็บบอลดี และยิงประตูได้เฉียบขาด หรือโซโลม็อง กาลู ที่มีความเร็วปรอดแตก มากกว่านักบอลทั่วไป
พวกเขามีลักษณะการเล่นที่แตกต่าง จากเพื่อนร่วมทีมของเขา...โซลชา ไม่ได้เล่นเหมือนแอนดี โคล หรือ ดไวท์ ยอร์ค, เซโก เล่นคนละสไตล์กับ กุน อเกวโร และ คาร์ลอส เตเบซ รวมถึง กาลู ก็ไม่ได้เล่นฟุตบอลแบบเดียวกับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรส
ความสามารถอันแตกต่าง ที่นักเตะซุปเปอร์ซับมี คือ สิ่งที่พวกเขาต้องใช้ เพื่อลงไปเปลี่ยนเกมให้ได้ แน่นอนว่า หากทำได้สำเร็จ ชื่อเสียงและการยอมรับ จะเข้ามาหานักเตะเหล่านี้ทันที
“ผู้เล่นอย่างเอดิน เซโก้ หรือ ฮาเวียร์ เออร์นานเดซ สามารถพิสูจน์ว่าพวกเขามีดีพอ จากการลงสนาม เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่น สร้างสรรค์โอกาส หรือทำประตู ในช่วงเวลาอันน้อยนิด ที่เขาได้รับจากผู้จัดการทีม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นความสามารถล้วนๆ” เดวิด แฟร์เคาห์ ซุปเปอร์ซับรุ่นบุกเบิก กล่าวถึงข้อดีของผู้เล่นแบบซุปเปอร์ซับ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า การเป็นซุปเปอร์ซับสามารถเป็นกันได้ทุกคน เพราะสิ่งสำคัญที่ซุปเปอร์ซับต้องทำให้สำเร็จ ไม่ใช่การยิงประตู ไม่ใช่การลงไปเปลี่ยนเกม หรือโหม่งประตูชัยจากลูกเตะมุม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
แต่เป็นการทำให้โค้ช เชื่อใจ และกล้าที่จะเลือกผู้เล่น ที่นั่งรอโอกาสบนม้านั่งสำรอง ลงสนาม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะคนหนึ่ง ได้กลายเป็นซุปเปอร์ซับ
เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ปลุกปั้นซุปเปอร์ซับ มานักต่อนัก ได้กล่าวถึงคุณสมบัติ ที่สำคัญที่สุดของผู้เล่นแบบซุปเปอร์ซับว่า “เขาต้องเป็นคนที่สามารถตัดสินใจ ในช่วงเวลาสำคัญได้ดีที่สุด”
เก่งแค่ไหนถึงจะได้เป็นตัวจริง
มองจากคุณสมบัติหลายข้อ ของการเป็นสุดยอดตัวสำรอง ดูไม่ขี้เหร่แม้แต่น้อย ออกจะต้องเป็นนักเตะที่เก่งมากด้วยซ้ำ ถึงจะสามารถสร้างชื่อให้ตัวเอง ให้กลายเป็นที่จดจำของแฟนบอล ในฐานะยอดตัวเปลี่ยนเกมจากข้างสนาม
“ผู้คนอาจจะคิดว่า เป็นซุปเปอร์ซับก็ดีอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะ ผมโคตรเกลียดการนั่งที่ม้านั่งสำรอง” เดวิด แฟร์เคาห์ นักเตะที่เคยดำรงตำแหน่งยอดซุปเปอร์ซับ ให้กับสโมสรลิเวอร์พูล ถึง 8 ปี ในช่วงปี 1975-83 กล่าวถึงความอัดอั้นในใจ ของผู้เล่นตัวสำรองจอมเปลี่ยนเกม
“ถ้าเกมไหนเรานำ 2-0 หรือ 3-0 ผมไม่มีทางได้ลงเล่นหรอก...เพราะการเปลี่ยนตัว มีแค่ความหมายเดียวเท่านั้น ทีมในสนามของคุณกำลังมีปัญหา”
เมื่อไม่มีใครอยากนั่งรอโอกาสอยู่ข้างสนาม สิ่งที่ตามมา เมื่อนักเตะซุปเปอร์ซับได้แจ้งเกิดสักคน คือคำถามที่ออกมาจากปากแฟนบอลว่า เมื่อไหร่พวกเขาเหล่านี้ จะได้โอกาสลงสนามในฐานะตัวจริงบ้าง และตัวนักเตะ ล้วนต้องการโอกาสพิสูจน์ตัวเองเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เหล่าซุปเปอร์ซับหลายคน กลับไม่สามารถก้าวผ่านกำแพงตรงนั้นได้...โซลชาเป็นตัวสำรองอดทนให้แมนฯ ยูไนเต็ด นานถึง 11 ปี จนแขวนสตั๊ด, เซโก้เบียดกุน อเกวโร ไม่ลงจนต้องอพยพไปค้าแข้งที่อิตาลี
โอเล กุนนาร์ โซลชา, เอดิน เซโก, ดีว็อค โอริกี, ฮาเวียร์ เออร์นานเดซ, โซโลม็อง กาลู หรือแม้กระทั่ง ชาตรี ฉิมทะเล พวกเขาล้วนเป็นนักฟุตบอล ที่ถูกจดจำ ในฐานะนักเตะซุปเปอร์ซับจอมเปลี่ยนเกม
การได้ชื่อว่าเป็น สุดยอดตัวสำรอง แสดงว่า พวกเขาย่อมต้องมีดี มากกว่าผู้เล่นบนม้านั่งทั่วไป มิเช่นนั้น คงไม่ได้รับการสรรเสริญ ด้วยคำนี้จากสื่อและแฟนบอล
อย่างไรก็ตาม การเป็นสุดยอดนักเตะตัวสำรอง คือ สิ่งที่แฟนบอลหลายคนคลางแคลงใจ นักเตะพวกนี้ คือ ตัวสำรองชั้นเลิศ แต่พวกเขาดีพอหรือเปล่าที่จะเป็นตัวจริง? ทั้งที่เก่งขนาดนี้ เหตุใดจึงทำได้เพียงแค่ รอโอกาสอยู่บนม้านั่งสำรอง
ซุปเปอร์ซับ ต้องเก่งถึงจะเป็นได้
“โค้ชฟุตบอลทุกคน ในระดับฟุตบอลอาชีพ ล้วนต้องการซุปเปอร์ซับ นักเตะที่มีความสามารถ ในการเปลี่ยนรูปเกม ขณะที่ทีมกำลังประสบปัญหาอยู่”
มาร์ค วินยัลส์ โค้ชจากศูนย์พัฒนาเยาวชน กล่าวถึง ความสำคัญของผู้เล่นแบบซุเปอร์ซับ พร้อมให้เหตุผลสำคัญ ถึงคุณสมบัติที่นักเตะแบบซุปเปอร์ซับต้องมี
ผู้เล่นประเภทซุปเปอร์ซับ ไม่จำเป็นต้องมีฝีเท้าชั้นเลิศ แต่ความคิด ความเข้าใจในเรื่องแทคติค คือ สิ่งสำคัญ พวกเขาต้องรู้ว่าทีมกำลังขาดอะไร จะใช้ความสามารถของตัวเอง หรือเล่นงานจุดอ่อนของทีมคู่แข่งได้อย่างไร ?
หากสังเกตให้ดี นักฟุตบอลแบบซุปเปอร์ซับ มักจะมีความสามารถเฉพาะของตัวเอง ที่เป็นจุดเด่นแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่น
ไม่ว่าจะเป็น ฮาเวียร์ เออร์นานเดซ กับความสามารถในการหาพื้นที่ยิงประตู, โอเล กุนนาร์ โซลชา กับการจบสกอร์ที่เฉียบขาดในกรอบเขตโทษ, เอดิน เซโก กับการเป็นผู้เล่นรูปร่างใหญ่ เก็บบอลดี และยิงประตูได้เฉียบขาด หรือโซโลม็อง กาลู ที่มีความเร็วปรอดแตก มากกว่านักบอลทั่วไป
พวกเขามีลักษณะการเล่นที่แตกต่าง จากเพื่อนร่วมทีมของเขา...โซลชา ไม่ได้เล่นเหมือนแอนดี โคล หรือ ดไวท์ ยอร์ค, เซโก เล่นคนละสไตล์กับ กุน อเกวโร และ คาร์ลอส เตเบซ รวมถึง กาลู ก็ไม่ได้เล่นฟุตบอลแบบเดียวกับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรส
ความสามารถอันแตกต่าง ที่นักเตะซุปเปอร์ซับมี คือ สิ่งที่พวกเขาต้องใช้ เพื่อลงไปเปลี่ยนเกมให้ได้ แน่นอนว่า หากทำได้สำเร็จ ชื่อเสียงและการยอมรับ จะเข้ามาหานักเตะเหล่านี้ทันที
“ผู้เล่นอย่างเอดิน เซโก้ หรือ ฮาเวียร์ เออร์นานเดซ สามารถพิสูจน์ว่าพวกเขามีดีพอ จากการลงสนาม เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่น สร้างสรรค์โอกาส หรือทำประตู ในช่วงเวลาอันน้อยนิด ที่เขาได้รับจากผู้จัดการทีม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นความสามารถล้วนๆ” เดวิด แฟร์เคาห์ ซุปเปอร์ซับรุ่นบุกเบิก กล่าวถึงข้อดีของผู้เล่นแบบซุปเปอร์ซับ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า การเป็นซุปเปอร์ซับสามารถเป็นกันได้ทุกคน เพราะสิ่งสำคัญที่ซุปเปอร์ซับต้องทำให้สำเร็จ ไม่ใช่การยิงประตู ไม่ใช่การลงไปเปลี่ยนเกม หรือโหม่งประตูชัยจากลูกเตะมุม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
แต่เป็นการทำให้โค้ช เชื่อใจ และกล้าที่จะเลือกผู้เล่น ที่นั่งรอโอกาสบนม้านั่งสำรอง ลงสนาม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะคนหนึ่ง ได้กลายเป็นซุปเปอร์ซับ
เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้ปลุกปั้นซุปเปอร์ซับ มานักต่อนัก ได้กล่าวถึงคุณสมบัติ ที่สำคัญที่สุดของผู้เล่นแบบซุปเปอร์ซับว่า “เขาต้องเป็นคนที่สามารถตัดสินใจ ในช่วงเวลาสำคัญได้ดีที่สุด”
เก่งแค่ไหนถึงจะได้เป็นตัวจริง
มองจากคุณสมบัติหลายข้อ ของการเป็นสุดยอดตัวสำรอง ดูไม่ขี้เหร่แม้แต่น้อย ออกจะต้องเป็นนักเตะที่เก่งมากด้วยซ้ำ ถึงจะสามารถสร้างชื่อให้ตัวเอง ให้กลายเป็นที่จดจำของแฟนบอล ในฐานะยอดตัวเปลี่ยนเกมจากข้างสนาม
“ผู้คนอาจจะคิดว่า เป็นซุปเปอร์ซับก็ดีอยู่แล้ว แต่เชื่อเถอะ ผมโคตรเกลียดการนั่งที่ม้านั่งสำรอง” เดวิด แฟร์เคาห์ นักเตะที่เคยดำรงตำแหน่งยอดซุปเปอร์ซับ ให้กับสโมสรลิเวอร์พูล ถึง 8 ปี ในช่วงปี 1975-83 กล่าวถึงความอัดอั้นในใจ ของผู้เล่นตัวสำรองจอมเปลี่ยนเกม
“ถ้าเกมไหนเรานำ 2-0 หรือ 3-0 ผมไม่มีทางได้ลงเล่นหรอก...เพราะการเปลี่ยนตัว มีแค่ความหมายเดียวเท่านั้น ทีมในสนามของคุณกำลังมีปัญหา”
เมื่อไม่มีใครอยากนั่งรอโอกาสอยู่ข้างสนาม สิ่งที่ตามมา เมื่อนักเตะซุปเปอร์ซับได้แจ้งเกิดสักคน คือคำถามที่ออกมาจากปากแฟนบอลว่า เมื่อไหร่พวกเขาเหล่านี้ จะได้โอกาสลงสนามในฐานะตัวจริงบ้าง และตัวนักเตะ ล้วนต้องการโอกาสพิสูจน์ตัวเองเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เหล่าซุปเปอร์ซับหลายคน กลับไม่สามารถก้าวผ่านกำแพงตรงนั้นได้...โซลชาเป็นตัวสำรองอดทนให้แมนฯ ยูไนเต็ด นานถึง 11 ปี จนแขวนสตั๊ด, เซโก้เบียดกุน อเกวโร ไม่ลงจนต้องอพยพไปค้าแข้งที่อิตาลี
ขอบคุณ: ทางเข้า UFABET
ติดตาเราได้ที่: www.sportstradingedge.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น